วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

        ใส้เดือนตาบอดในเขาวงกต เป็นซีไรต์เรื่องล่าสุดที่ได้เป็นวุดยอดซีไรต์ในปี 2558 ซึ่งเป็นนักเขียนหน้าใหม่ของวงการนักเขียน ซึ่งนวนิยาย ใส้เดือนตาบอดเในเขาวงกต ของ วีรพร นิติประภา สะท้อนภาพชีวิตล้มเหลวในสังคมเสพติดศิลป์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ เป็นอุทาหรณ์เพื่อหลุดพ้นจากความบอดทางปัญญา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตามยุสมัยต่างๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จิตใจของคนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ยากแท้ที่จะเข้าใจ ซึ่งนวนิยายเล่มนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เยาวชนได้เปิดอ่านพือประทังปัญญาสะท้อนภาพชีวิตล้มเหลวในสังคมเสพติดศิลป์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ เป็นอุทาหรณ์เพื่อหลุดพ้นจากความบอดทางปัญญา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตามยุสมัยต่างๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จิตใจของคนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ยากแท้ที่จะเข้าใจ ซึ่งนวนิยายเล่มนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เยาวชนได้เปิดอ่านเพท่อประทังปัญญา     
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ซีไรต์ 2558



ซีไรต์ถือเป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องการประเทืองปัญญา  วันนี้ข้าพเจ้ามามากล่าวถึงหนังสือซีไรต์เรื่องหนึ่ง ซึ่งอ่านแล้วสะท้อนถึงวัฒนธรรมของเราชาวอีสาน แสดงถึงวิถีการอยู่การกินที่เรียบง่าย ความอดทนสู้ต่อความแห้งแล้ง  ความเอื้อเฟ้อเผื่อแผ่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  ของชาวอีสาน วึ่งซีไรต์เรื่อองนี้เป็นซีไรต์เล่มแรกของประเทศไทย ซึ่งมีนายคำพูน บุญทวี เป็นผู้แต่งเรื่องนี้ขึ้น ซึ่งซีไรต์เรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า ลูกอีสาน ซึ่งได้รางวัลซีไรต์ในปี 2522 ซึ่งเป็นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสื่อที่บ่งบอกถึงความเป็นลูกอีสานผูเขียนใช้วิธีการเล่าเรื่อง โดยผ่านเด็กชายคูณ ซึ่งใช้ชีวิตอย฿ู่ในถิ่นชนทฃบท ของอีสาน แถบที่จัดได้ว่าเป็นถิ่นที่แห้งแล้งแห่งหนึ่งขอลประเทศไทย ชีวิตความเป็นอยู่ของ ครอบครัวเด็กชายคูณ ประกอบด้วยพ่อแม่และลูก 3 คน และเพื่อนบ้านมนละแวกนั้นไม่มีความแตกต่างกันนัก นั้นก็คือ ความจนข้นแค้นต้องหาอาหารตามธรรมชาติทุกอย่างที่กินได้ เมื่อความแห้งงแล้งอย่างรุนแรงมาเยือน ครอบครัวเพื่อนบ้านก็เริ่มอพยพออกไป แต่ครอบครัวของเด็กชายคูณ และกลุ่มที่สนิทชิดเชื้อกันยังคงอยู่ เพราะเขามีพ่อและแม่ที่เอาใจใส่ ขยันขันแข็งไม่ย่อท้อและอุปสรรคต่างๆ ตลอดจนมองเห็นคววามสำควัญของการศึกษา แม้จะยากจนอย่างไร เด็กชายก็ได้เข้าเรียนในระดับการศึกษาประชาบาลเด็กชายคูณมีเพื่อนสนิทชื่อจันดี ผ็ุเป็นคู่หูในการทำอะไรด้วยกันตามประสาเด็กชาย แล้วยังมีครอบครัวของทิดจุ่นและมีพี่คำจุ่นและพี่คำกอง สองสามีภรรยา
อ่านเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

     ความสุขของกะทิเป็นซีไรต์ เรื่องที่สอง ที่ข้าพเจ้าชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง หนัสือเล่มนี้สืื่อถึงอารมณ์ของตัวละครเด่นชัดอย่างยิ่ง สะท้อนภาพของเด็กที่ไร้ซึ่งแม่ แต่ยังมีตากับยายซึ่งเป็นคนดูกะทิตั้งแต่ยังเล็กๆ ซึ่งเมื่อ้าพเจ้าอ่านแล้วทำให้ตัวข้าพเจ้าเองซาบซึ้งในเนื่อหาเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าถึงกับน้ำตาคลอในทุกๆครั้งที่เปิดอ่าน สมแล้วที่ได้เป็สุดยอกซีไรต์
     โดยหนังสือนวนิยายเรื่องความสุขของกะทิ เล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรต์เมื่อปี 2549 โดยถูกสร้างป็น
ภาพยนต์ในปี 2552  โดยมีนายงามพรรณ เวชชาชีวะ เป็นเขียนเรื่องนี้ด้วยตนเอง
https://www.learners.in.th/posts/485481


ซีไรต์ในปีนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับการแต่งกวีนิพนธ์ ซึ่งในทุกๆปีจะมีการประกวด และในแต่ละปีจะมีการประกวดหนังสือที่คณะกรรมการได้กำหนดประเภทของหนังสือขึ้นตามปีนั้นๆ ในปีนี้ประเภทกวีนิพรธ์  18 เล่มแรกที่ผ่านเข้ารอบจาก 88 เล่มรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2559 มีรายชื่อดังนี้

1. กาฬโลก : “เจริญขวัญ”2. แก้วตาของยาย : ภักดี ไชยหัด3. ไกลกว่ารั้วบ้านของเรา : โรสนี นูรฟารีดา4. คำอมฤต : สาคร ชิตังกรณ์5. เงาไม่มีเงา : นายทิวา6. ทางจักรา : ศิวกานท์ ปทุมสูติ7. นครคนนอก : พลัง เพียงพิรุฬห์8. นอนดูดาว ใต้ร่มไม้ บ่ายวันศุกร์ : อาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ9. นิธาร : ‘กุดจี่’ พรชัย แสนยะมูล10. ในอ้อมกอดของการหลงลืม : นิรัติศัย หล่ออรุโณทัย11. บางคนอาจเดินสวนทางเราไป : บัญชา อ่อนดี12. ประเทศของท่าน บ้านของผม : พิเชฐ แสงทอง13. พลัดหลงไปในห้วงเวลาของนักมายากล : วิสุทธิ์ ขาวเนียม14. เพลงแม่น้ำ : โขงรัก คำไพโรจน์15. โรงละครของมนุษย์ต่างดาว : มุทิตา16. สายลมบุพกาล : ลอง จ้องรวี17. เส้นรอบวงกลมปราศจากจุดจบ : กานต์ ลิ่มสถาพร18. หลากถ้อยในรอยทาง : โชคชัย บัณฑิต’

http://prachatai.com/journal/2016/08/67237

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

 สันทนากาเป็นหน้าที่ที่ต้องสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเฮฮา และข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ข้าพเจ้ามีความสุขในการซ้อมเต้นสันทาการ และจนมาถึงวันที่ต้องแสดงการเต้นสันทนาการวันจริงให้น้องๆพี่ๆได้สนุกนานในวันรับน้องซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ 11กันยายน พ.ศ.2559
     ในวันนั้น มีฝนตกหนักตั้งแต่เช้า แต่นั้นก็ไม่ใช่อุปสรรค ในการรับน้องของพวกเราเหล่าปี 2 แต่พวกเราต่างเต็มที่ในการทำงาน เต็มที่กับการสร้างความสนุก ทั้งแต่งหน้าเพื่อสร้างความตลกขบขัน แม้ใบหน้าจะมีผดผืน หรือสิว แต่ก็ต่างทุ่มเท แรงกาย แรงใจ เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ข้าพเจ้ามีความสุขในทำในสิ่งสิ่งนี้และสุขยิ่งกว่านั้นทีได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพี่น้องครอบครัวภาษาไทย


ในทุกๆครั้งที่ข้าพเจ้า ว่างจากการเรียน  ศุกร์ เสาร์ อาทิต้องรีบกลับบ้านเพื่อทำงานพาททามที่เทสโก้โลตัส ข้าพเจ้าได้แผนกแคชเชียร์ ซึ่งรายได้ในแต่วัน คือ ทำ 4 ชั่วโมงเท่ากับ 200 บาท  แต่ความเหนื่อยความท้อมันทำให้ข้าพเจ้ารู้คุณค่าของเงิน ในแต่ละบาทที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก เข้าใจหัวอกของความเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องแลกกับหยาดเหงื่อแรงกายเพื่อนำมาให้ลูกใช้อย่างสะดวกสบาย ในทุกๆครั้งที่ข้าพเจ้าเหนื่อยข้าพเจ้าจะคิดถึงพวกท่านเสมอ ทุกข์หรือสุข ข้าพเจ้าจะโทรหาท่านเสมอเพราะท่านเหมือนร่มโพธิ์ร่มใหญ่ที่เราสามารถพักพิงกับท่นเมือใดก็ได้ ท่านจะพัดพาความสุขมาหาข้าพเจ้า และโบกพัดสิ่งที่ทำให้ผิดหวังช้ำใจออกไป ถึงเหนื่อยแค่ไหนข้าพเจ้าก็จะขอสู้ เพื่ออนาคตของหนูและครอบครัวค่ะ หนูรักพ่อ แม่ ยาย และน้องๆทุกคนค่ะ

เพลงของวงออกัสในเกือบทุกๆเพลงเป็นบทเพลง ที่ให้กำลังใจ รวมถึงความสุข ความรัก และความหวัง โดยเฉพาะบทเพลง ขอบคุณกันและกัน เป็นเพลงที่ได้ฟังเมือไหร่ รู้สึกว่าตัวข้าพเจ้าเองตกอยูในห้วงของเวลาในความสุขในวัยเด็ก ซึ่งที่มีภาพยนต์เรื่องหนึ่งขึ้นฉาย ชื่อเรื่องว่า รักแห่งสยาม
http://raynartz.exteen.com/20080324/entry




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปภาพเพลงขอบคุณกันและกัน

ในทุกๆครั้งที่ข้าพเจ้า ว่างจากการเรียน  ศุกร์ เสาร์ อาทิต้องรีบกลับบ้านเพื่อทำงานพาททามที่เทสโก้โลตัส ข้าพเจ้าได้แผนกแคชเชียร์ ซึ่งรายได้ในแต่วัน คือ ทำ 4 ชั่วโมงเท่ากับ 200 บาท  แต่ความเหนื่อยความท้อมันทำให้ข้าพเจ้ารู้คุณค่าของเงิน ในแต่ละบาทที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก เข้าใจหัวอกของความเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องแลกกับหยาดเหงื่อแรงกายเพื่อนำมาให้ลูกใช้อย่างสะดวกสบาย ในทุกๆครั้งที่ข้าพเจ้าเหนื่อยข้าพเจ้าจะคิดถึงพวกท่านเสมอ ทุกข์หรือสุข ข้าพเจ้าจะโทรหาท่านเสมอเพราะท่านเหมือนร่มโพธิ์ร่มใหญ่ที่เราสามารถพักพิงกับท่นเมือใดก็ได้ ท่านจะพัดพาความสุขมาหาข้าพเจ้า และโบกพัดสิ่งที่ทำให้ผิดหวังช้ำใจออกไป ถึงเหนื่อยแค่ไหนข้าพเจ้าก็จะขอสู้ เพื่ออนาคตของหนูและครอบครัวค่ะ หนูรักพ่อ แม่ ยาย และน้องๆทุกคนค่ะ



วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

ครั้งแรก

คำพิพากษาเป็นซีไรต์เล่มแรกที่ข้าพเจ้าเปิดอ่าน ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 โดยนักเขียนวรรมกรรมสร้าสรรค์เรื่องคำพิพากษานนี้เป็นนักเขียนที่ใครๆหลายๆคนรู้จักกันดี ท่านผู้นี้คือ ชาติ กอบจิตติ โดยเรื่องคำพิพากษานี้มุ่งเสนอแสนอนวคิดของคนมีฐานะเป็นปัจเจกบุคคล ที่ตกเป็นเหยื่อของตำกล่าวร้ายของคนในสังคมสะท้อนให้เห็นความคิดและจิตใจของมนุษย์ โดยมีตัวละครหลักๆ  คือ สมทพ่อขัองฟัก ที่ต้องตกอยู่ในคำพิพากษาของคนในสังคมและตกเป็นจำเลยของสังคมโดยที่ตนไม่สามารถทัดท้านอะไรได้เลย จนทำให้ผู้อ่านอยากจะลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวละคร เรื่องนี่เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้ารู้ซึกซาบซึ้งและเข้าใจในแต่ละชีวิตของผู้คนในสังคมมากขึ้น

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

    สวัสดีเราชื่อ เบนซ์ ชลิตา กลมเกลี้ยง วันนี้เราอยากมาเล่าประสบการณ์การอ่านหนังสือหลายๆเล่มที่ข้าพเจ้าได้ประสบมา ข้าพเจ้าเอง เคยอ่านหนังสือซีไรต์หลายเล่ม ทั้ง
คำพิพากษา 
เพียงความเคลื่อนไหว  http://stang.sc.mahidol.ac.th/bookfair2011/bookguide18.htm
ความสุขของกะทิ https://www.learners.in.th/posts/485481
หัวใจห้องที่ห้า http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=478886
บ้านเก่า  http://www.thaiwriter.org/?p=240
ไม่มีหญิงสาวในบทกวี http://krunongkala.blogspot.com/2012/03/blog-post_18.html
 และ เราหลงลืมอะไรบางอย่าง https://nokbindeaw.wordpress.com/2009/01/30
       ซึ่งหนังสือเหล่านี้ล้วนเล่าถึงสังคม ในอดีต จนถึงปัจจุบัน ทั้งเรื่องการเมือง ความยากแค้นของแต่ละสภาพความเป็นอยู่ของสังคมนั้น การใช้ชีวิตที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมในสังคม ควาสุขที่แต่ละสังคมมีไม่เหมือนกัน 
     แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเนื้อหาที่เป็นดั่งแสงสว่างประทังปัญญาแก่ผู้ที่ได้เปิดอ่านและสิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบที่สุดคือ แนวคิดของนักเขียนแต่ละท่าน ที่มีการกลั่นกรองความคิดที่แตกต่างกัน มีมุมมองความคิดที่มองต่างกัน ถึงกระนั้นในบางครั้งข้าพเจ้ายังมีความสงสัยในแต่ละมุมที่นักเขียนทั้งหลายได้เขียนขึ้นมา บางครั้งข้าพเจ้าเกิดความสังสัยว่า ในเนื่อเรื่องนั้นผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร หรือตัวข้าพเจ้าเองยังไม่เข้าถึงในตัวของงานเขียนนั้น แต่ข้าพเจ้าเอง ยังอยากเป็นผู้ฝักใฝ่ในการอ่านหนังสือที่ข้าพเจ้ามีความสนใจทางด้านแนวคิดในแง่มุมตต่างๆต่อไป เพราะการอ่านแนวคิดของนักเขียนหลายท่าน ทำให้ข้าพเจ้าได้แนวคิดใหม่ที่พร้อมจะสามารถนำไปใช้ทั้งในด้านชีวิต และการเรียนได้